บทที่ 12 บทไม่มีชื่อ
"พิชญ์อยู่กับน้องนะมึง พวกกูจะเข้าไปคุยกันที่ในออฟฟิต"เตชินบอกแล้วเดินนำ เข้าไปด้านใน ผมเม้มปากแน่น ใจหนึ่งก็อยากจะบอกให้พวกมันคุยกันที่นี่ แต่อีกใจคิดว่าเงียบแล้วทำตามที่พวกมันจะเป็นผลดีกว่า ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ใจพวกมันว่าจะทำอะไรหรือเปล่า
ภายในห้องที่เงียบสนิทเปิดแอร์เย็นจนเยือกหนาวจนขนลุก ไอ้คิงกับไอ้เตจ้องมองผมตาไม่กระพริบ ไอ้คิงกอดอกนั่งไม่เต็มก้นบนมุมโต๊ะ ส่วนไอ้เตเดินมายืนอยู่ด้านหลังผม ชิดไม่ชิดก็คิดดูเอาเถอะเพราะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ลดอยู่ต้นคอผมอยู่ ผมรู้สึกอึดอัดบอกไม่ถูกแรงกดดันที่พวกมันกำลังทำอยู่ ทำให้ผมอยากจะหนีจากตรงนี้ไปให้พ้นๆ
".........................." กดดันครับผมสะกดความกลัวเอาไว้ทำหน้าเฉยๆคล้ายไม่รู้สึกอะไร
"จะบอกได้หรือยัง"ไอ้คิงถามขึ้นมาลอยๆ ผมกลืนน้ำลายฝืดคอทันที ไอ้เตคว้าหมับที่ท้ายทอยของผมทันทีที่ไอ้คิงจบประโยค บีบหลังคอผมให้รู้สึกว่าหากไม่ตอบผมคงจบไม่สวยแน่งานนี้
"จะให้กูบอกอะไร"ผมถามไปตรงๆ แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าพวกมันอยากรู้เรื่องอะไร
"ทุกอย่าง"แค่นั้นครับมันบอกสั้นๆตามเคย และผมก็ต้องรู้เอาเองว่าทุกเรื่องหมายถึงเรื่องไหน ผมเลยต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกมันฟังอย่างไม่เต็มใจ หากไม่เกิดเรื่องขึ้นคนพวกนี้ไม่มีทางหาผมกับน้องเจอง่ายๆแน่เหมือนที่ผ่านมานั่นแหละ
"ปึ่ก"ไอ้คิงชกเข้าที่ท้องผมทีเดียวเท่านั้นแต่ผมนี่หน้ามืดทันที สีหน้าโหดๆจ้องมาทางผม ผมงอตัวเพราะจุกไม่น้อยหมัดมันหนักน่าดู
"มึงกล้ามากนะมินทร์ที่เอาน้องหนีกูไป ที่จริงกูน่ะเกือบลืมน้องไปแล้วเชียว มึงก็รู้ว่าถ้ากูไม่อนุญาตของๆกูต้องอยู่กับกู แต่มึงก็ยังกล้าเอาไป ไม่กลัวตายเลยนะมึง"ไอ้คิงมันบอกเสียงเหี้ยม ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ นึกในใจว่าใครอยากจะทำวะถ้าไม่จำเป็น แต่ผมไม่พูดออกไปหรอกครับพวกมันคงไม่ฟัง
"มึงลืมแล้วจะเดือดร้อนอีกทำไมวะ ลืมแล้วก็ลืมเลยไม่ได้หรือไง"ผมสวนกลับ แต่ไอ้เตกระชากคอผมไว้ไอ้นี่ก็ไม่ปราณีใครเลย นิสัยของมันทั้งดุทั้งโหดล่ะครับ มือของมันแข็งมากจับคอผมทีเหมือนคอจะหัก
"เพราะกูยังไม่ยกให้ใครไง กูถึงตามหาพวกมึงจนแทบพลิกแผ่นดินหา ทำไมวะมึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่ไหม มีเรื่องอะไรทำไมไม่ติดต่อพวกกู หรือว่ามึงไม่คิดว่าพวกเราเป็นเพื่อนแล้วกูจะได้รู้เอาไว้ เวลาทำอะไรลงไปจะคิดแบบมึงไงคือไม่ต้องเกรงใจในความเป็นเพื่อนแล้ว"คิงตวาดใส่หน้าผม
"กูจำเป็น ไม่งั้นน้องมันคงตายไปแล้ว"ผมบอกเสียงสั่นๆ พวกมันน่ากลัวชิบหายเลยครับ หน้านิ่งสนิทน้ำเสียงเย็นๆ สายตานี่ถ้าเป็นอาวุธจริงๆผมคงแหลกเป็นชิ้นส่วนไปแล้วด้วย
"ก็ดี เพราะนับจากวินาทีนี้คนที่ดูแลน้องคือกูเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์ อีกอย่างเรื่องนี้นายท่านกับมาดามรู้แล้ว มึงคิดจะหนีง่ายๆแบบเมื่อก่อนคงไม่มีทางอีกแล้ว"ไอ้คิงบอกเสียงเย็น ยกยิ้มอ่อนๆแต่ผมขนลุกเลยครับนึกชะตาน้องออกทันทีว่าต้องเจออะไรบ้างนับจากนี้ ส่วนไอ้เตผมได้ยินเสียงหัวเราะหึหึอยู่ในลำคอ น่ากลัวไม่แพ้ไอ้คิงสักนิด แต่ที่แปลกยิ่งกว่านั้น ผมรู้สึกถึงความน่ากลัวของไอเตมากกว่าของไอ้คิงเฉยเลย ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่าไอ้คิงมันน่ากลัวมากแค่ไหน ผมรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเลยสักนิด เพราะไม่รู้ว่าไอ้เตมันคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่ ว่าไปแล้วผมค่อนข้างสนิทกับไอ้เตมากกว่าคนอื่นในกลุ่ม
"อะ..อะไร"ผมถามเสียงสั่น
"อะไรล่ะ?"ไอ้เตถามกลับ ผมหันกลับมาจากการมองหน้ามันแล้วหลบสายตา
"ไอ้มินทร์"ไอ้คิงเรียกชื่อผมจนผมสะดุ้งโหยง
"มึงคิดอะไรกับน้องหรือเปล่า"ไอ้คิงถามเสียงเหี้ยม ผมรีบส่ายหน้าไปมา แรงบีบหลังต้นคอยิ่งออกแรงมากกว่าเดิมอีกจนผมเจ็บร้าวไปหมด
"ไม่คิด คิดอะไรจะบ้าหรือไง กูเลี้ยงน้องมาตั้งแต่ยังเล็กๆ"ไอ้คิงไม่ตอบรับคำพูดผม และคนข้างหลังก็ดูเหมือนจะผ่อนแรงบีบลงเล็กน้อย
"อ่อ ก็ดีแล้ว"ผมไม่เข้าใจความหมายคำว่าก็ดีแล้วของไอ้คิง ไอ้เตหัวเราะน้อยก่อนจะบอกว่า
"โล่งเลยล่ะสิมึง"
"หุบปากมึงไปเลยไอ้เต เรื่องของมึงเองก็เอาให้รอดก่อนเถอะค่อยมาคุยกับกู"ไอ้คิงตอกกลับ ส่วนผมได้แต่สงสัยในคำพูดที่รู้กันเองของพวกมันอยู่แบบนั้น
"แล้วน้องล่ะ"ผมสอดขึ้นเมื่อพวกมันทำหน้าเหมือนรู้ทันกัน
"มึงจะอยากรู้ไปทำไม ต่อไปเรื่องน้องก็ไม่เกี่ยวกับมึงแล้ว"ไอ้เตขัดขึ้น
"แต่น้องติดกูมากนะ"ผมแย้ง
"อีกหน่อยก็ไม่ติดมึงแล้วล่ะ เพราะมึงคงยุ่งตลอดไม่มีเวลาดูแลน้องเขาหรอก"ว่าจบพวกมันก็หัวเราะ ผมนึกในใจ'ขำหาพ่องเหรอมีอะไรให้ตลกวะไอ้พวกเหี้ยเอ้ย ดีแต่ข่มคนอื่น' แต่พูดให้พวกมันได้ยินไม่ได้หรอกครับ
